"หนังกำพร้า" ไม่ใช่แค่ "ขี้ไคล"

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย และมีความสลับซับซ้อนกว่าที่คิดค่ะ ผิวหนังของคนเราแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นนอกสุดคือ ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ถัดมาก็คือ ชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นชั้นที่เป็นที่ยึดเกาะของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติกที่ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเต่งตึง รวมทั้งเป็นชั้นที่ใช้ส่งผ่านสารต่าง ๆ ไปยังชั้นหนังกำพร้า สุดท้าย ชั้นที่ 3 หรือ ชั้นใต้หนังแท้ (Hypodermis) เป็นชั้นที่ยึดเกาะกับเนื้อเยื่อในชั้นลึกและส่งผ่านสารต่าง ๆ ไปยังผิวหนังด้านบน

แต่ละของชั้นผิวหนังนั้น มีหน้าที่่การทำงานที่แตกต่างกันค่ะ อย่างชั้นหนังกำพร้าก็เป็นผิวหนังชั้นพิเศษที่ธรรมชาติออกแบบมาอย่างดี และสร้างมาอย่างเหมาะสมเพื่อทำหน้าที่หลายอย่าง ทั้งปกป้องร่างกายจากสิ่งแวดล้อม รังสีอัลตร้าไวโอเล็ท ป้องกันการเสียนำ้ของร่างกาย รวมทั้งมีกลไกเพื่อเป็นปราการด่านแรกที่ป้องกันเชื้อโรคอีกด้วย ชั้นหนังกำพร้ามีการสร้างที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว โดยเริ่มสร้างจากชั้นล่างสุด (Basal cells) ซึ่งใช้เวลาประมาณ14วันในการค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองจนไปถึงชั้นบนสุดของหนังกำพร้า ที่เราเรียกกันว่า “ขี้ไคล” หรือ Stratum corneum นั่นเอง

ชั้นหนังกำพร้าหรือชั้นขี้ไคลนั้น ไม่ใช่ชั้นผิวหนังที่ถูกร่างกายทอดทิ้ง แต่เป็นเนื้อเยื่อที่ธรรมชาติตั้งใจออกแบบและสร้างสรรค์เป็นพิเศษเพราะผิวภายนอกต้องรับมือกับสภาพแวดล้อมที่หลายหลาก ที่ชั้นขี้ไคลมีโครงสร้างเป็นโปรตีนของผนังเซลล์และล้อมรอบด้วยไขมันแบบพิเศษก็เพื่อการปกป้องร่างกาย ซึ่งโครงสร้างทั้งหมดนี้ มีลักษณะเหมือนกำแพงที่ก่ออิฐถือปูนซึ่งเรียกว่าBrick and mortar ทำให้ชั้นขี้ไคลแข็งแรง โดยเมื่อถึงเวลา 14 วันที่ผิวค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ขี้ไคลก็จะหลุดออกไปได้ตามกลไกของธรรมชาติโดยไม่ต้องไปขัดถูใด ๆ ค่ะ

สิ่งที่มีผลกับสุขภาพผิวในชั้นนี้มีทั้งปัจจัยจากภายนอกและภายใน ปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศและความชื้น (อากาศที่แห้ง ย่อมทำให้ผิวแห้งมากขึ้น) หรืออาจเป็นการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละบุคคล ส่วนปัจจัยจากภายในตัว เช่น ลักษณะผิวตามพันธุกรรม อายุ (ยิ่งอายุมากผิวก็ยิ่งแห้ง) ฮอร์โมน (ผิวจะแห้งลงเมื่อหมดประจำเดือน) การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ทำให้ผิวได้รับสารอาหารไม่พอ หรือการดื่มนำ้ไม่พอ พักผ่อนน้อย ขาดการออกกำลังกาย

เราควรดูแลผิวในชั้นหนังกำพร้าให้ชุ่มชื่นแข็งแรงเพื่อผิวให้ทำหน้าที่ได้ดีที่สุด ผิวที่มีสุขภาพดีจะมีสีสันสดใสตามเชื้อชาติ ไม่แห้งกร้านแตกระแหง ไม่แห้งคันหรือแสบระคายเคือง มีปลายเล็บมีสีชมพู สัมผัสแล้วเรียบเนียนตามอายุ การดูแลผิวให้เนียนนุ่มสุขภาพดีนั้น ทำได้โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้ผิวได้รับสารอาหารพอเพียง การรับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนมาก ๆ จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดในช่วงคลื่นที่เป็นแสงขาวซึ่งครีมกันแดดไม่สามารถปกป้องได้ นอกจากนี้ ควรดื่มนำ้ให้เพียงพอ นอนหลับ6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน เข้านอนเวลาเดิม ๆ3 – 4ทุ่มได้ทุกวันก็จะดีมาก ๆ ถ้าผิวแห้งมากควรเลี่ยงการออกกำลังกายที่จะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น เช่น การว่ายนำ้

การดูแลผิวให้เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละบุคคลเป็นเรื่องสำคัญนะคะ หากมีผิวแห้งมาก ควรงดอาบนำ้ร้อน การอบตัว อบไอนำ้ การขัดผิว การอาบนำ้ หรือโดนนำ้มาก ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองค่ะ บ้านเมืองเรามีแดดจัด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดจัด ถ้าอยากให้ผิวสวยไปนาน ๆ อย่าลืมทาครีมกันแดดทุกวันในทุกส่วนที่โดนแดดด้วยนะคะ.

Previous
Previous

โรคมือ เท้า ปาก

Next
Next

เมื่อผิวออกเดินทาง