“เลี้ยงเจ้าตูบ เพื่อนยาก” วิธีเลือก และวิธีเลี่ยงเมื่อเกิดอาการภูมิแพ้
จากวงสนทนาในครอบครัวของหมอ เรื่อง เตรียมตัวให้ลูกสาวเลี้ยงสุนัข วันนี้สบโอกาสจึงขอมาแบ่งปันประสบการณ์กับคุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่าน เรื่องการเลี้ยงเจ้าตูบ สัตว์เลี้ยงเพื่อนยากกัน นะคะ
Q : “อยากจะเลี้ยงสุนัขต้องเริ่มจากตรงใหนดี”
A : การเตรียมตัวเลี้ยงสุนัข อย่างแรกต้องคำนึกถึงจุดประสงค์ในการเลี้ยงสุนัขก่อนค่ะ ว่าจะเลี้ยงเจ้าตูบไว้สำหรับจุดประสงค์ใด
· สุนัขเฝ้าบ้าน หากจะเลี้ยงไว้เป็นองค์รักษ์พิทักษ์บ้าน ควรจะมองหาสุนัขที่ดูดุน่าเกรงขราม อารักขาได้ดี และซื่อสัตย์ เช่น ที่บ้านหมอเลี้ยงบางแก้วไว้หลายตัวเพื่อเฝ้าบ้าน แต่บางตัวก็ดุมาก ไม่สามารถปล่อยไว้กับลูกตามลำพัง ควรดูแลเป็นพิเศษหากเลี้ยงสุนัขประเภทนี้ไว้ที่บ้านนะคะ
· สุนัขเพื่อนเล่นกับลูกน้อย ถ้าเป็นคู่รักที่เพิ่งแต่งงาน วางแผนว่าจะมีลูกตัวเล็กๆน่ารักในไม่กี่ปีข้างหน้า และจะหาเพื่อนเล่นให้กับลูก มีข้อควรรู้อยู่หนึ่งสิ่งคือ สุนัข 1 ตัว มีอายุยืนยาวได้ถึง 14-16 ปี ลองคำนวนอายุสุนัขให้โตไปพร้อมกับวัยของลูกนะคะ ให้เขาเป็นเพื่อนเล่นกัน สำหรับสายพันธุ์ที่ควรเลือกเลี้ยงควรเข้าได้กับเด็กๆ เลือกที่มีนิสัยน่ารัก อดทน ไม่โมโหง่าย ตัวไม่ใหญ่ไป ดูแลขนได้ง่าย ฝึกง่าย น้ำลายไม่เยอะ ไม่ขี้เซาหรือไฮเปอร์พลังงานล้นเหลือ ตัวอย่างเช่น พันธุ์ Golden retriever หน้าตาน่ารักเหมาะกับการเลี้ยงเป็นเพื่อนเล่น (แต่ถ้าบ้านที่มีลูกเล็กก็ต้องระวังนิดนึงนะคะ เพราะสุนัขเมื่อโตเต็มที่แล้วตัวสูง กระโดดเกาะดีใจเบาๆก็อาจทำให้ลูกเราล้มได้ ทางทีดีลองมองหาสุนัขพันธุ์จิ๋วเช่น พุดเดิ้ล ปลั๊ก ก็น่าจะเป็นเพื่อนเล่นกับลูกน้อยได้ดี)
หลังจากเลือกสายพันธุ์ได้ถูกใจเราแล้ว ต้องคำนึงถึงสิ่งต่อมาคือ สภาพแวดล้อมที่จะเลี้ยงเจ้าตูบ และ ควรคำนึงถึงคนในครอบครัวด้วย หากมีใครเริ่มจาม ฮัชชิ้วววว …. บ่อยๆ ก็น่าสงสัยว่าจะเป็นภูมิแพ้
Q : เลี้ยงสุนัขแล้วจามบ่อยๆเกิดจากการแพ้ขนสุนัขใช่ไหมคะ
A : อาการแพ้สุนัข ส่วนใหญ่จะหมายถึงการแพ้โปรตีนที่อยู่ในรังแคของสุนัข (epithelium) ไม่ใช่เกิดการแพ้จากขนของสุนัข โปรตีนจะทำให้เกิดอาการคัน จาม น้ำมูกไหล มีผื่นตามบริเวณหน้า ตัว แขน และขา การตรวจเพื่อที่จะให้รู้ว่าแพ้สุนัขหรือไม่ วิธีที่ง่ายและรวดเร็ว คือการสะกิดผิวหนัง หรือที่เรียกว่า Skin prick test (มีตรวจตามโรงพยาบาลทั่วไป) ทำโดยใช้น้ำยาที่เป็นสารก่อภูมิแพ้หยดลงบนผิวหนัง ใช้เข็มสะกิดเบาๆ รอ 15 นาทีสามารถทราบผลได้ แนะอีกนิดสำหรับการตรวจ ก่อนพาลูกน้อยไปตรวจไม่ควรทานยาแก้แพ้หรือทายากลุ่มสเตียรอยด์ เนื่องจากยาจะมีผลทำให้เกิดปฎิกิริยาไม่ชัดเจน
Q : ถ้าตรวจที่โรงพยาบาลแล้วพบว่าแพ้สุนัข ยังเลี้ยงสุนัขต่อได้ไหม
A : ต้องระวังเป็นพิเศษนะคะ อยากให้ทำใจและเปลี่ยนใจไปเลี้ยงสัตว์อื่นแทน เนื่องจากไม่มีสุนัขพันธุ์ไหนที่ไม่กระตุ้นโรคภูมิแพ้ ถ้าลูกมีอาการรุนแรง เช่นหายใจลำบาก ควรย้ายสัตว์ออกจากบริเวณบ้าน แต่ถ้ามีอาการเล็กน้อย อาจเลี้ยงต่อได้ จนกว่าสัตว์เลี้ยงแสนรักจะจากเราไป และลองมองหาสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีขนแทน ที่สำคัญไม่ควรอนุญาตให้สุนัขเข้าไปในห้องนอน โซฟา หรือเก้าอี้นั่งตัวโปรดของเด็ก และควรมีเครื่องกรองอากาศในบ้าน และ ควรอาบน้ำให้สุนัขสัปดาห์ละ 2 ครั้ง (มีรายงานการวิจัยพบว่านอกจากสารก่ออาการแพ้จะหลั่งจากต่อมไขมันที่ผิวหนัง รังแค ยังพบในน้ำลาย และปัสสาวะด้วย คุณแม่ต้องดูแลน้องๆหนูๆให้ระวังเป็นพิเศษนะคะ)
TIPS:
- ถ้าเด็กๆที่แพ้สุนัขและจะเปลี่ยนไปเลี้ยงแมว คุณหมอไม่แนะนำนะคะ เพราะ แมวจะทำให้เกิดภูมิแพ้มากกว่าสุนัข เนื่องจากแมวชอบเลียขนมากกว่า และ แมวจะชอบอยู่ในบ้านมากกว่าสุนัข จึงจำกัดวง และเปลี่ยนที่อยู่ของแมวได้ยาก แนะนำว่าคนที่แพ้สัตว์จำพวกน้องแมวน้องหมา ลองมองหา ปลาหรือเต่าเลี้ยงก็เพลิดเพลินไปอีกแบบนะคะ