ด่างขาว รักษาได้
ผิวขาวเป็นวงๆเฉพาะจุด คงไม่เป็นที่ปรารถนานักสำหรับใคร ไม่ว่าจะชาย หรือ หญิง แม้ด่างขาวหรืออาการโรคที่กล่าวไปข้างต้นจะไม่ได้เป็นโรคติดต่อ และไม่เป็นอันตรายหรือเพิ่มความเสี่ยงในการดำรงชีวิต แต่คงทำให้หลายคนหมดความมั่นใจกับความขาวที่ไม่น่าพึงประสงค์นี้ โรคด่างขาวที่เกริ่นมานั้น เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสีของผิวหนัง โดยจะพบว่าเซลล์สร้างเม็ดสีมีจำนวนลดลงหรือหายไป ไม่ว่าจะเพศไหน เชื้อชาติ สีผิวใด ก็มีโอกาสในการเกิดโรคนี้ได้ เช่นเดียวกัน นอกจากนั้น จากสถิติยังพบว่าจำนวนประกรกว่าร้อยละ 0.5 – ร้อยละ 2 มีอาการผิวขาวลุกลามเป็นวง จากโรคดังกล่าว
สำหรับสาเหตุการเกิดโรคด่างขาว ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีการสันนิษฐานไว้ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ตามลักษณะอาการที่พบ คือ
1. เกิดจากกระบวนการสร้างเม็ดสีของเซลล์เม็ดสี ถูกทำลายโดยสารพิษ ในขณะที่กำลังผลิตเม็ดสี ส่งผลให้ไม่สามารถผลิตเม็ดสีได้ตามปกติ
2. เกิดจากสารเคมีบางอย่าง ที่ประสาทส่วนปลายปล่อยออกมาแล้วทำลายเม็ดสี ทำให้สร้างเม็ดสีไม่ได้ หรืออาจมีการกระตุ้นปลายประสาท ทำให้มีการหลั่งสารที่ทำลายเซลล์เม็ดสีในกระบวนการสร้างเม็ดสี สาเหตุหลังนี้จะพบในเด็ก ซึ่งเป็นรอยด่างตามแนวระบบประสาทส่วนปลาย เช่น บริเวณซีกใดซีกหนึ่งของใบหน้าหรือลำตัว
3. เกิดจากการสร้างภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดสี อาการด่างขาวลักษณะนี้มักพบร่วมกับโรคทางระบบต่อมไร้ท่อหลายๆ โรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน เช่น โรคต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ โรคเบาหวานหรือโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งสารสร้างภูมิคุ้มกันนั้นจะทำลายเม็ดสีทำให้เกิดเป็นรอยด่างขาวขึ้น
ลักษณะการเกิดด่างขาว รอยโรคจะเกิดขึ้นเองโดยไม่มีอาการร่วม ลักษณะผื่นที่ขึ้นในตอนแรกจะเป็น สีขาวจางขอบเขตไม่ชัด แต่เมื่อเป็นนานขึ้นจะเห็นเป็นสีขาวขอบชัดเจน อาจมีรูปร่างวงกลม วงรี หรืออาจมีหลายวงรวมกันจนเป็นวงใหญ่ที่มีขอบเขตหยัก รอยโรคที่เกิดขึ้นนี้อาจมีขนาดตั้งแต่จุดเล็กไปจนถึงแผ่นใหญ่ ทั้งยังพบได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะใบหน้า ริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้า เท้า หน้าอก หลัง อวัยวะเพศ นอกจากนี้เส้นขนบริเวณผิวหนังที่เป็นโรคด่างขาวอาจมีสีขาวตามไปด้วย และ เนื่องด้วย มีโรคผิวหนังหลายชนิดที่มีลักษณะสีขาว เช่น โรคเกลื้อน ตกกระขาว และกลากน้ำนม ดังนั้น จึงควรให้แพทย์เป็นผู้ทำการวินิจฉัยว่ารอยสีขาวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากสาเหตุใด สำหรับความรุนแรงและอาการของโรค จะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย บางรายอาจเป็นเฉพาะที่ และคงอยู่เช่นนั้นเป็นเวลานานโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่บางรายอาจจะมีการลุกลามเร็วในช่วงไม่กี่เดือน จนลามทั่วทั้งตัวจนเหลือผิวปกติเพียงบางส่วน กระบวนการรักษาที่สำคัญ คือการกระตุ้นให้เซลล์เม็ดสีกลับมาทำงานเป็นปกติ ในอดีตวิธีการรักษาให้ผลได้ไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าที่ควร จนผู้ป่วยหลายคนท้อและหมดหวังกับการรักษา แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้ด่างขาวเป็นโรคที่รักษาได้
วิธีการรักษาที่จะทำให้สีผิวส่วนที่เป็นด่างขาวกลับมาเป็นปกติมีหลายวิธี ดังนี้ 1. การใช้ยา เช่น ยาทาในกลุ่มสเตียรอยด์ ยาทากระตุ้นสีผิว vitaminD anlogues, meladinin solution, calcineurin inhibitors วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้มีอาการน้อยหรือเพิ่งเริ่มเป็นด่างขาว 2. การฉายแสงอาทิตย์เทียม (อัลตราไวโอเลต ชนิด เอ และ บี) NUVB, PUVA ซึ่งมีทั้งชนิดฉายเฉพาะที่ และฉายทั้งตัว เหมาะสำหรับผู้เป็นด่างขาวหลายบริเวณ หรือทั่วตัว
3. การใช้เลเซอร์ เช่น EXCIMER LASER ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษาสูงสามารถรักษาด่างขาวได้ดี 4. การปลูกถ่ายเซลล์เม็ดสี autologous melanocytes grafts โดยทำการลอกผิวหนังบริเวณด่างขาวออก และนำผิวหนังปกติที่มีเซลล์สร้างเม็ดสีมาปลูกแทน เหมาะกับผู้ที่เป็นด่างขาวในบริเวณไม่กว้างมากนัก และจะทำได้ต่อเมื่อตัวโรคไม่ลามแล้ว ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ผู้ป่วยด่างขาวหลายรายรับการรักษา ทำให้อาการหายขาด แม้บางรายไม่หายขาดแต่ก็สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ จนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทั้งนี้ทั้งนั้นการรักษาด้วยวิธีการ ดังที่กล่าวมา อาจต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยในแต่ละคน
ด่างขาวสามารถรักษาได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังเพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธีและเหมาะสมต่อไป