Had an Allergic Reaction to Hair Dye (เกิดอาการ..แพ้ยาน้ำยาย้อมผม)

เคยมีคนไข้รายหนึ่งมาหาหมอเพราะว่ามีผื่นที่บริเวณหลังใบหูทั้งสองข้าง มีอาการบวมคันมากและแสบเล็กน้อย เป็นมาประมาณ 1 เดือนแล้วค่ะ เคยเข้ารับการรักษาด้วยยารับประทานและยาทา อาการดีขึ้น หลังจากนั้นสองสัปดาห์  ตรวจร่างกายพบว่า หลังใบหูแดง บวม และมีขุยเล็กน้อย แต่ไม่มีแผลแตกหรือตุ่มหนอง อาการผื่นนี้มีเหมือนๆ กันทั้งข้างซ้ายข้างขวา ส่วนอาการขุยแดงมีตั้งแต่หลังใบหูลามไปถึงท้ายทอย และมีทั่วศีรษะ แต่แปลกที่ว่าไม่มีผื่นที่คอ ไรผมด้านหน้า หรือบริเวณหน้าผาก ส่วนขุย เมื่อขูดเพื่อนำไปตรวจดูก็ไม่มีเชื้อราค่ะ

          

อาการผื่น ขุยแดงนั้น หากเป็นตั้งแต่เกิดก็มักเกิดจากโรคทางพันธุกรรม แต่ถ้าเป็นมาหลายๆ ปีมักจะเป็นโรคที่มีต้นเหตุจากในร่างกายเองเป็นส่วนใหญ่ค่ะ คนไข้คนนี้มีผื่นลักษณะเป็นขุยแดงที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาการอื่นๆ ทั่วไปก็ไม่มี ร่างกายก็แข็งแรงและสบายดี ไม่มีไข้ ตัวผื่นเองไม่ปวด มีก็แต่คัน ลักษณะอาการอย่างนี้ หมอจะสันนิษฐานก่อนว่าสาเหตุเป็นเพราะผื่นสัมผัสจากสารที่คนไข้ใช้ค่ะ ส่วนรูปแบบการขึ้นจะเป็นตัวใบ้ว่าสารที่แพ้เป็นกลุ่มไหนนั้น ในกรณีนี้น่าจะเป็นกลุ่มสารที่ใช้ในการดูแลผมและหนังศีรษะ (hair-care product) เนื่องจากมีอาการบริเวณที่เส้นผมสัมผัสกับผิวค่ะ

 

หลังจากที่หมอประมวลข้อมูลในใจ....ไม่ใช่สิต้องในสมอง (เวลารักษาคนไข้ต้องใช้ความรู้และฐานข้อมูลทางการแพทย์ห้ามคิดหรือรู้สึกเอาเองค่ะ) ก็ได้เวลาซักประวัติเพิ่มเติมอย่างถึงลูกถึงคนแล้ว คนไข้ยืนกรานว่าใช้ผลิตภัณฑ์เดิมที่เคยใช้กับศีรษะ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่จากหมอสังเกตดู รู้สึกว่าผมของคนไข้จะดำขลับเป็นพิเศษ จึงต้องค่อยๆ เลียบเคียงถามว่าได้ย้อมผมหรือเปล่า คนไข้ก็รีบตอบอย่างรวดเร็วว่าใช้น้ำยาย้อมผมสมุนไพรเฮนน่า เป็นสมุนไพร ไม่น่าจะทำให้แพ้ หมอเลยต้องให้ข้อมูลกับคนไข้ว่าถ้าเป็นสมุนไพรกลุ่มเฮนน่าแท้ๆ จะย้อมผมได้สีนำ้ตาลแดง ไม่ได้ดำสนิทแบบนี้  ถ้าย้อมเฮนน่าแล้วออกมาเป็นสีดำสนิทแสดงว่าเฮนน่านั้นใส่สารเคมีที่ชื่อ พีพีดี (paraphenylenediamine หรือPPD) ลงไปด้วย พีดีดี เป็นสารที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในน้ำยาเปลี่ยนสีผมชนิดติดถาวร ซึ่งจะช่วยทำให้สีย้อมติดผมได้ทนนาน สระแล้วก็ไม่หลุดออก จนกว่าผมจะงอกขึ้นมาใหม่ ซึ่งสารพีดีดีนี้อาจทำอันตรายกับหนังศีรษะหรือผิวหนังของผู้ใช้บางรายได้ ดังนั้นเวลาไปซื้อเฮนน่าต้องอ่านส่วนผสมดีๆ นะคะ เพราะจากประสบการณ์ของหมอ มีคนไข้เยอะมากที่แพ้สารนี้  โดยคนไข้ในกลุ่มนี้จะมีผื่นขึ้นบริเวณใบหน้า และมีประวัติการย้อมผมค่ะ

 

เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานของหมอ หมอจึงได้ให้คนไข้รายนี้ทำการทดสอบภูมิแพ้ผื่นสัมผัส (Patch Test) ซึ่งผลก็ออกมาว่าแพ้พีพีดีค่ะ ต่อมาคนไข้รายนี้กลับมาพบหมอพร้อมกับซองเฮนน่าที่เธอใช้ บอกว่าเฮนน่านี้มีส่วนผสมของพีดีดีจริงๆ ด้วย เธอก็เพิ่งเคย ได้อ่านฉลาก จึงพบว่าผสมพีพีดีด้วย อาการผื่นถึงไม่หายเสียที และเธอก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าผมของเธอดำสนิท สีไม่เหมือนเดิมที่เคยย้อมจริงๆ จากนั้นประวัติก็เริ่มหลั่งไหลพรั่งพรูมาจากตัวคนไข้เอง ทำให้ทราบว่า ผื่นมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาการย้อมผม คือ คนไข้จะย้อมผมเดือนละสองครั้ง ห่างกันทุกสองสัปดาห์ ซึ่งก็ตรงกับเวลาที่เริ่มเป็นผื่นรอบแรก ซึ่งรักษาหายไปเกือบหมดแล้ว และผื่นก็กลับมากำเริบอีกครั้งตอนย้อมรอบที่สอง เลยทำให้รู้ว่าแพ้ยาย้อมผมนี่เอง

 

จากนั้นหมอก็สงสัยอีกว่า ทำไมไม่มีผื่นขึ้นที่หน้าผากและคอเลย คนไข้ก็ตอบกลับมาว่า ก็เพราะนอนย้อมตลอดกระบวนการไงคะ ถึงไม่โดนหน้าและคอเลย โอ้! ขอบคุณมากค่ะ หมอจะได้นำข้อมูลนี้ไปประยุกต์ใช้กับคนไข้คนอื่นๆ ด้วย คนไข้สอนหมออีกแล้ว

 

ก่อนจะซื้อน้ำยาย้อมผม ดูฉลากส่วนผสมให้ดีก่อนนะคะ เพื่อผมสวย และผิวที่สวยด้วยค่ะ.

Previous
Previous

Tinea capitis (กลากที่ศีรษะ.. เป็นแค่เชื้อรา แต่ทำไมรักษาไม่หาย)

Next
Next

Allergic contact dermatitis (ผื่นสัมผัส)