สเตียรอยด์...ใช้อย่างไรไม่ให้พัง

สเตียรอยด์...ใช้อย่างไรไม่ให้พัง

การใช้ยาสเตียรอยด์อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง

ยาสเตียรอยด์ (Glucocorticoids) เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคผิวหนังและโรคอักเสบหลายชนิด แต่หากใช้อย่างไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงทั้งต่อผิวหนังและระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามหลักการต่อไปนี้

1. ใช้เมื่อมีความจำเป็นและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

  • ควรใช้ยาสเตียรอยด์เฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ชัดเจน

  • ให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาชนิดยา ความแรง ขนาดยา และระยะเวลาในการใช้

  • ไม่ควรซื้อยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์มาใช้เองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร

2. หลักการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดทาอย่างถูกต้อง

เลือกความแรงของยาให้เหมาะสม

สำหรับการรักษาอาการผื่นบางชนิดด้วยตนเอง ควรเลือกยาที่มีความแรงต่ำถึงปานกลาง และใช้ตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

หลีกเลี่ยงการใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

การใช้ยาสเตียรอยด์ติดต่อกันนานเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น

  • ผิวหนังบางลง

  • สีผิวจางลง

  • มีขนขึ้นมากผิดปกติ

  • เกิดรอยแตกลายบนผิวหนัง

ระมัดระวังการใช้บริเวณรอบดวงตา

การทายาสเตียรอยด์ใกล้ดวงตาเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต้อหินและภาวะแทรกซ้อนทางตาอื่น ๆ

เลือกรูปแบบยาให้เหมาะกับบริเวณที่รักษา

ยาสเตียรอยด์มีหลายรูปแบบ เช่น

  • ครีม

  • ขี้ผึ้ง

  • โลชั่น

  • ชนิดน้ำสำหรับหนังศีรษะ

ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับตำแหน่งและลักษณะของรอยโรค

3. ผลข้างเคียงที่ควรระวัง

ผลข้างเคียงต่อผิวหนัง

  • ผิวบาง

  • เส้นเลือดฝอยขยายตัว

  • ผื่นแดงบริเวณใบหน้า (Red Face Syndrome)

ผลข้างเคียงต่อระบบภายในร่างกาย

หากได้รับยาในขนาดสูงหรือใช้เป็นเวลานาน อาจเกิดผลกระทบ เช่น

  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

  • ระคายเคืองกระเพาะอาหาร

  • กระดูกพรุน

  • อารมณ์แปรปรวน

  • การกดการทำงานของต่อมหมวกไต

4. ผู้ที่ต้องระมัดระวังหรือควรหลีกเลี่ยงการใช้

ผู้ที่มีการติดเชื้อราที่ผิวหนัง

ไม่ควรใช้สเตียรอยด์รักษาผื่นหรือสิวที่เกิดจากเชื้อรา เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นและวินิจฉัยโรคได้ยากขึ้น

ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาสเตียรอยด์

ควรหลีกเลี่ยงการใช้และแจ้งประวัติการแพ้ยาให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบทุกครั้ง

ผู้ป่วยโรคประจำตัวบางกลุ่ม

ผู้ที่เป็นโรคต่อไปนี้ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ขณะใช้ยา

  • เบาหวาน

  • ความดันโลหิตสูง

  • ภาวะหัวใจล้มเหลว

  • โรคกระดูกพรุน

  • ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ยังไม่ได้รับการรักษา

Next
Next

Port-Wine Stains(ปานแดง)