Genital warts(หูดหงอนไก่)
โรคหูดหงอนไก่ (Condyloma acuminata หรือ Genital wart) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากเชื้อฮิวแมนแปบปิโลมาไวรัส (Human papilloma virus) หรือเรียกสั้นๆว่า HPV โรคนี้มักพบผู้ใหญ่ เนื่องจากเชื้อชนิดนี้ชอบอยู่บริเวณที่อับชื้น ทำให้เกิดรอยโรคที่อวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก ลักษณะเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ หลายๆก้อนคล้ายดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่ อาจมีสีชมพูหรือสีเนื้อและผิวขรุขระ การติดต่อได้มี 2 ทาง คือ ทางเพศสัมพันธ์และจากแม่ไปลูก โดยมีระยะฟักตัว 3 สัปดาห์ถึง 8 เดือน โดยเฉลี่ยประมาณ 3 เดือน ปัจจุบันมีการตื่นตัวของการติดเชื้อ HPV เพิ่มขึ้น ได้มีงานวิจัยมีการสุ่มตรวจตามลูกบิดประตูห้องน้ำ ฝาสุขภัณฑ์ มีรายงานว่าพบเชื้อ HPV ในสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปัจจุบันมีรายงานว่าพบเชื้อ HPV กว่า 200 สายพันธุ์ และประมาณ 30-40 สายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อของระบบสืบพันธุ์ ซึ่งการได้รับเชื้อนี้ ถ้าร่างกายแข็งแรงจะสามารถกำจัดเชื้อออกไปได้ ร้อยละ 90 ของหูดหงอนไก่เกิดจากสายพันธุ์ที่ 6 และ 11 ซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดโรคมะเร็งค่อนข้างต่ำ ส่วนชนิดที่เพิ่มโอกาสเกิดโรคมะเร็งในระบบสืบพันธุ์ คือสายพันธุ์ที่ 16 และ 18
การรักษา
การจี้ด้วยสารเคมี เช่น Trichloroacetic acidและ 25% Podophyllin บริเวณที่เป็นหูด การใช้ยาทาบริเวณที่เป็นหูด เช่น 5% Imiquimod creamจะช่วยลดปริมาณไวรัสและลดอัตราการกลับเป็นซ้ำ แต่มีข้อเสียคือ ราคาแพงและนาน การผ่าตัด ทำได้หลายวิธี เช่น การจี้ไฟฟ้า โดยใช้ความเย็น หรือเลเซอร์ ข้อเสียคือ ราคาแพงและค่อนข้างเจ็บ ไม่เหมาะกับเด็กเล็ก
หมอบอกญาติว่า หลานเป็นหูดหงอนไก่ เนื่องจากโรคนี้ไม่ค่อยพบในเด็ก สำหรับหูดหงอนไก่นั้นถึงแม้เป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับหูดทั่วไป คือเป็นเชื้อไวรัส HPV แต่การติดต่อมักเกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ฝาสุขภัณฑ์เวลาพาน้องไปเข้าห้องน้ำนอกบ้านไม่ทำให้ติดหูดหงอนไก่ เคสนี้หมอได้ซักประวัติการเลี้ยงดู อาชีพและความสัมพันธ์ของทุกคนในครอบครัวกับเด็ก ประวัติการคลอด เนื่องจากมีรายงานว่าการคลอดทางช่องคลอดจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากกว่าการคลอดโดยการผ่าตัดทางหน้าท้อง แต่การคลอดทั้งสองวิธีก็พบการติดเชื้อจากแม่ไปลูกได้น้อยมาก คุณแม่สบายดี และไม่มีใครในบ้านเป็นโรคนี้ บ้านอยู่กันหลายคน ญาติๆช่วยกันดูแลเด็ก พร้อมทั้งส่งไปปรึกษาศูนย์ OSCC หรือศูนย์พึ่งได้ ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือทางสังคมที่รับดูแลเด็กและสตรี ซึ่งทางศูนย์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามดูครอบครัว
หนุ่มน้อยได้รับการรักษาโดนการจี้ยา Podophyllin อีก 2 อาทิตย์ถัดมาหูดขนาดเล็กลง และได้รับการรักษาด้วยการจี้ยาอีกครั้ง หลังมา Follow up ครั้งล่าสุดไม่มีก้อนติ่งเนื้อแล้ว น้องได้รับการตรวจเลือดหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น โรคเอดส์และโรคซิฟิลิสด้วยเนื่องจากมักพบเกิดร่วมกันได้ เคสนี้ไม่พบประวัติการละเมิดทางเพศ เด็กไม่มีอาการอื่นของการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
ปัจจุบันมีรายงานเด็กที่มีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ การให้ความรู้แก่เด็กและผู้ปกครอง และการป้องกันเบื้องต้นเช่นการฉีดวัคซีนให้แก่เด็กก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV