โรคด่างขาว (Vitiligo)

โรคด่างขาว (VITILIGO) คืออะไร? เกิดจากอะไร?

เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเซลล์เม็ดสี Melanocyte ถูกทำลายทำให้เกิดเป็นรอยด่างของผิวหนังโรคด่างขาวสามารถเกิดได้ทุกแห่งในร่างกายของเรา สามารถพบได้ในทุกเพศ ทุกวัยและทุกช่วงอายุ 

ลักษณะและอาการของโรคด่างขาว

  • รอยโรค: เห็นเป็นรอยด่างสีขาว อาจมีเพียงวงเดียวหรือหลายวงกระจายทั่วตัว รูปร่างกลม รี หรือเป็นเส้นยาว 

  • บริเวณที่พบบ่อย: ใบหน้า รอบปาก รอบดวงตา คอ มือ ปลายนิ้ว แขน ขา และบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ข้อพับ เข่า ข้อมือ 

  • จุดสังเกตอื่น ๆ: พบได้บริเวณเยื่อบุต่าง ๆ เช่น ช่องปาก อวัยวะเพศ หรืออาจพบว่าผมและขนบริเวณนั้นกลายเป็นสีขาว นอกจากนี้อาจส่งผลต่อการมองเห็น (ม่านตาอักเสบ) หรือการได้ยินได้ 

สาเหตุและกลุ่มเสี่ยงที่เกิดจากโรคด่างขาว

  • สาเหตุ: ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่ไปทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมถึง 30% 

  • อายุ: พบได้ในทุกช่วงวัย แต่มักเริ่มเป็นที่ช่วงอายุ 10-30 ปี 

  • โรคที่มักพบร่วมกัน: เบาหวาน, โรคต่อมไทรอยด์, โรคภูมิต้านทานตัวเอง, โรคเลือด และโรคผมร่วงเป็นหย่อม 

ชนิดของโรคด่างขาว (Types of Vitiligo)

การแบ่งชนิดจะดูตามบริเวณและการกระจายตัวของรอยโรค: 

  1. Focal Vitiligo: เป็นจุดเล็ก ๆ บริเวณเดียว 

  2. Segmental Vitiligo: ขึ้นเป็นกลุ่มตามทางเดินเส้นประสาท มักเจอข้างเดียวของร่างกาย (ซ้ายหรือขวา) พบบ่อยในเด็ก 

  3. Acrofacial Vitiligo: ขึ้นตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า และรอบปาก มักตอบสนองต่อการรักษาได้ยาก 

  4. Vitiligo Vulgaris: กระจายตัวตามส่วนต่าง ๆ ทั่วไป พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ 

  5. Universal Vitiligo: เป็นด่างขาวเกือบทั่วทั้งตัว พบบ่อยในผู้ใหญ่ 

การรักษา การป้องกัน และการดูแลตนเองจากโรคด่างขาว

การรักษา
ควรรีบพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มสังเกตเห็นรอยโรค เพื่อใช้ไฟทางการแพทย์ (Wood's lamp) ส่องตรวจรอยด่างที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และวางแผนรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยมีวิธีดังนี้: 

  • ยาทาเฉพาะที่: เช่น Corticosteroid, Tacrolimus หรือ Vitamin D Analogue เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเพียงเล็กน้อย 

  •  การฉายแสง UV (Full Body): ใช้เครื่อง Narrowband UVB 311nm เมื่อมีรอยโรคบริเวณกว้าง ต้องทำต่อเนื่องและอาจใช้ร่วมกับยาทา 

  •  เลเซอร์ (Excimer Light 309nm): ใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 24–48 ครั้ง เหมาะสำหรับรอยโรคขนาดเล็ก 

  •  การปลูกถ่ายเม็ดสี: สกัดเซลล์ผิวปกติไปปลูกถ่ายบริเวณที่เป็นรอยด่าง ใช้ในกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อยาหรือการฉายแสง 

  •  การฟอกสีผิว: ใช้ในกรณีที่เป็นเกือบทั้งตัว โดยการฟอกสีผิวปกติส่วนที่เหลือให้ขาวเท่ากับรอยโรค 

การป้องกัน
ปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดและมีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง 

การดูแลตนเองและการรับมือ 

  •  ปกป้องผิว: ทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดสีถูกทำลายเพิ่มขึ้น 

  •  ปรับตามความพอใจ: ด่างขาวไม่ใช่โรคร้ายแรงหรือโรคติดต่อ หากไม่กังวลเรื่องความสวยงามก็อาจเลือกที่จะไม่รักษาก็ได้ 

  • เสริมความมั่นใจ: สามารถใช้เครื่องสำอางแต่งปกปิด หรือเลือกใส่เสื้อผ้าอำพรางรอยโรคได้ 

Q&A 

Q: ด่างขาวในเด็กและผู้ใหญ่เหมือนกันหรือไม่  

A: เหมือนกัน เพียงแต่โรคด่างขาวมีหลายชนิด แบ่งตามการกระจายโรค มีทั้งพบเฉพาะบริเวณ และกระจายตามส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะในเด็กหรือผู้ใหญ่ การรักษาก็จะมีแนวทางคล้ายกัน ขึ้นกับลักษณะ บริเวณ และการตอบสนองต่อการรักษา โรคด่างขาวที่เจอ เป็นชนิดไหนกันให้สังเกตบริเวณที่เป็น และการกระจายของโรค

Q&A 

Q: เป็นไปได้ไหมที่จะรักษาให้หายขาด  

A: ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคให้หายขาด และโรคด่างขาวเป็นโรคที่หายยาก เมื่อสังเกตุเห็นควรรีบปรึกษาแพทย์รักษาทันที เนื่องจากหากปล่อยไว้นาน เซลล์เม็ดสีจะถูกทำลายมากขึ้น ผลการตอบสนองต่อการรักษาอาจต้องใช้เวลามากขึ้น จึงทำให้ค่าใช้จ่ายมากขึ้น 

Q&A

 Q: ทุกคนสามารถรักษาด้วยแสงหรือไม่  

A: ไม่ใช่ทุกกรณีที่เหมาะกับการรักษาด้วยแสง เช่น ผู้ป่วยต้องไม่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือเป็นโรค SLE  

Next
Next

รอยโรคบนผิวหนัง ที่กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ